ภาพกิจกรรมผู้บริหาร
นพ.สสจ.ร่วมประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ปี 2558
วันนี้ (14 กันยายน 2558) ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุขประจำปี 2558 ครั้งที่ 23 ในหัวข้อ“จุดเปลี่ยนสุขภาพไทยหลังปี 2015” ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน พัทยาจ.ชลบุรี ในการนี้ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารระดับสูง เยี่ยมชมบูธนิทรรศการของเขตสุขภาพที่ 3 ซึ่งจังหวัดกำแพงเพชรเป็นตัวแทนจัดนิทรรศการในเรื่อง "โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง" โดยมีนายแพทย์เพชรฤกษ์ แทนสวัสดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ การประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุขประจำปี 2558 ครั้งนี้ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า จุดเปลี่ยนสุขภาพไทยหลังปี ค.ศ.2015 สู่การมีสุขภาพที่ดีนั้น มีอยู่ 2 หัวข้อหลักๆ คือการพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายสหประชาชาติหลังปีค.ศ.2015 และการเตรียมพร้อมด้านสาธารณสุขเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของไทย ซึ่งสหประชาชาติได้มีการหารือเพื่อกำหนดวาระการพัฒนาตามกระบวนทัศน์ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ตั้งเป้าจะบรรลุเป้าหมาย 13 ข้อ ภายใน ปีค.ศ.2030 อาทิ ลดอัตราการตายของมารดาให้น้อยกว่า 70 ต่อแสนการเกิดมีชีพ ขจัดปัญหาการตายที่ป้องกันได้ของทารกแรกเกิดให้น้อยกว่า 12 ต่อ1,000 หยุดยั้งการระบาดของเชื้อไวรัสเอดส์ วัณโรค มาลาเรีย และโรคติดต่อในกลุ่มประเทศเขตร้อน ลดการตายก่อนวัยอันควรที่เกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในทุกประเทศ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในหลายข้อแล้ว และเป็นแบบอย่างให้แก่ประเทศสมาชิก ในส่วนของประเทศไทย ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ลดความเสี่ยงและบรรเทาภัยพิบัติ และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในเวทีระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายด้านสุขภาพ 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ไทยเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อประเทศอื่น การให้ความสำคัญกลุ่มเด็ก สตรี ผู้พิการและผู้สูงอายุ ซึ่งไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในปี 2568 ได้พัฒนาโครงสร้างต่างๆ ให้รองรับ เช่น โครงสร้างของโรงพยาบาลทุกระดับต้องปรับทางกายภาพและองค์กร เพื่อให้ผู้สูงอายุมาใช้บริการสะดวก ปลอดภัย และการเตรียมพร้อมรับโรคภัยสุขภาพและอันตรายต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม จากความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุทำให้สิ่งแวดล้อมปนเปื้อน เช่นโลหะหนัก ตะกั่ว แคดเมี่ยม ปรอท สารเคมีทางการเกษตร เป็นต้น กระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ดังนี้ 1.ปรับตัวและสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพไทย เช่นเตรียมรองรับผู้รับบริการ เพิ่มโอกาสเข้าถึง เพิ่มศักยภาพหน่วยบริการและระบบบริการสาธารณสุขของประเทศเพื่อนบ้าน การควบคุมโรคติดต่อและโรคระบาด มาตรการรองรับผลกระทบจากการเคลื่อนย้ายบุคลากร การจัดตั้งหน่วยงานดำเนินงานด้านสาธารณสุขอาเซียนและกิจการระหว่างประเทศ 2.สร้างการยอมรับและความเป็นผู้นำในด้านงานการแพทย์และสาธารณสุขในภูมิภาค ให้เป็นศูนย์กลางด้านวิชาการ ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ การจัดการปัญหาสาธารณสุขเร่งด่วน พร้อมพัฒนาและดำเนินการในประเด็นสาธารณสุข ด้านนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การประชุมวิชาการปี 2558 นี้ มีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในสังกัดร่วมประชุมกว่า 6,400 คน และมีบุคลากรส่งผลงานวิชาการเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 1,025 เรื่อง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ผลงานวิจัยที่นำเสนอแบบวาจา 303 เรื่อง นำเสนอแบบโปสเตอร์ 404 เรื่อง นวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ 196 เรื่อง และผลงานวิชาการอาร์ทูอาร์ 122 เรื่อง
593 view